แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ movie แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ movie แสดงบทความทั้งหมด

รีวิว หนังเรื่อง The Houses October Built 2 หนังแฟรนไชน์ รีวิวให้อ่านฟรี


The Houses October Built 2 ถือว่าเป็นหนังที่รู้จักพอประมาณในหมู่นักดูหนังสยองขวัญ เพราะมีการทำออกมาหลายฉบับ และเรื่องราวก็เข้ากับวัฒนธรรมช่วงวันฮาโลวีนของหนุ่มสาวอเมริกัน โดยฉบับแรกทำออกมาในปี 2011 ก่อนที่ทีมงานเดิมจะเอามารีเมคในปี 2014

The Houses October Built 2
และสำหรับเรื่องที่กำลังจะพูดถึงนี้ก็คือภาคต่อจากฉบับรีเมคนั่นเอง เรื่องราวของหนังภาคแรก ว่าด้วยเพื่อน ๆ กลุ่มหนึ่งที่ชอบยกแก๊งขับรถกันไปตระเวนตามบ้านผีสิงต่าง ๆ ที่มีคนจัดขึ้นในช่วงวันฮาโลวีน ตอนแรกก็สนุกดี แต่ไป ๆ มา ๆ พวกเขาชักรู้สึกไม่ชอบมาพากล ราวกับว่าความสยองของบ้านบางหลังมันตามมาหลอกหลอนพวกเขา

หรือไม่ก็รู้สึกเหมือนมีใครก็ไม่รู้ตามพวกเขามา ตอนจบของภาคแรกลงเอยด้วยการที่พวกเขาโดนจับฝังดิน พอมาถึงภาคนี้ หนังก็เฉลยว่าพวกเขารอดมาได้ แต่กระนั้นพวกเขาบางคนก็ยังคงรู้สึกหลอนและผวากับเหตุที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังจัดทริปไปตระเวนบ้านผีสิงกันอีกครั้งเพื่อสู้กับความกลัว

แต่ครั้งนี้ แน่ใจหรือว่าจะไม่มีเรื่องบ้า ๆ หรือเรื่องสยองอื่นใดตามมารังควานชีวิตพวกเขาอีก? “The Houses October Built 2” กำกับโดย Bobby Roe ที่ทำหนังเรื่องนี้มาทุกภาค แต่กระแสตอบรับในภาคนี้กลับออกแนวติดลบอยู่พอสมควร

ส่วนหนึ่งคงเพราะจริง ๆ ตอนจบภาคแรกมันก็น่าจะพอแล้ว แต่ภาคนี้ดันเฉลยในแนวว่า "แค่คนแกล้งกัน" เท่านั้น มันเลยเหมือนคลายความหลอนและมนต์ขลังของภาคแรกลง และภาคนี้ก็ยังพยายามต่อยอดเรื่องราวออกไป แต่แทนที่จะทำให้ดูลึกลับ กลับกลายเป็นการออกทะเลมากกว่า

หนังเรื่อง Oldboy ของผู้กำกับ Park Chan-wook

 Oldboy คือ หนังระดับตำนานสัญชาติเกาหลีเรื่องหนึ่ง ตำนานในระดับที่สามารถคว้า GrandPrix & Palme d'O รางวัลเกียรติยศสูงสุดของ Cannes Film Festival รวมถึงกวาดเสียงนักวิจารณ์และคว้ารางวัลในเทศกาลหนังต่างๆได้มากมาย
หนังเรื่อง Olsdboy

เท่านั้นยังไม่พอฮอลลีวูด ยังขอซื้อเรื่องนี้ไป Remake ใหม่ ออกมาเป็น OldBoy (2013) แต่ก็ได้รับเสียงชื่นชมไม่ดีนัก เมื่อเปรียบเทียบกับต้นฉบับที่กลายเป็นหนังขึ้นหิ้งในใจของผู้ชมไปแล้ว OldBoy กำกับโดย Park Chan-wook ผู้กำกับมือมือฉมังจากเกาหลี มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ “โอ แท-สึ” ชายหนุ่มผู้พบว่าตัวเองอยู่ในห้องแห่งหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและทำอะไรผิด

ด้วยความซวยเขาโดนกักขังเต็มๆถึง15ปี ทำให้จิตไม่ปกติ พอครบ15ปี เขาถูกปล่อยตัวออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่ชื่อว่า “มิโด” มิโดได้ช่วยเหลือเขาและเขาก็ได้ตามล่าหาความจริงว่าทำไมเขาถึงถูกขังนาน15ปี รวมถึงตามแก้แค้นคนที่ทำลายชีวิตเขาทุกอย่างอย่างสาสม

หนังเป็นแนวสืบสวน ระทึกขวัญ ดราม่าแต่ก็มีฉากแอ็คชันเข้ามาผสมผสาน มีลักษณะแบบ Neo-Noir film คือ เป็นหนังที่เน้นใช้โทนมืดทั้งเรื่อง เพื่อเล่นเกี่ยวกับจิตใจด้านมืดของมนุษย์ ในส่วนอารมณ์หนัง หนังเค้นอารมณ์เราได้อยู่หมัดและยิ่งผ่านไปเรื่อยๆ หนังยิ่งเค้นอารมณ์คนดูขึ้นไปอีก ประกอบกับบดขยี้ใจคนดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงช่วงท้ายของหนัง ก็แทบจะระเบิดคนดูเป็นจุล ลุ้นและเครียดเส้นเลือดขึ้นหน้า หายใจไม่ทั่วท้องในขณะที่เราค่อยๆรับรู้ความจริงของโอ แท-สึ

พอถึงจุดพีคหนัง หนังก็ชกหน้าเราจนชา ขยี้จิตใจเราจนแหลกสลายได้อย่างงดงามสมบูรณ์ นอกจากสไตล์การดำเนินเรื่องที่โดดเด่นแล้ว หนังยังมีเทคนิคหนังและการกำกับภาพที่แปลกโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และยังใช้สัญลักษณ์นามธรรมบางอย่างแทนที่จะสื่อเนื้อหาตรงๆ ทำให้หนังมีชั้นเชิงในการเล่าเรื่องสูง ซึ่งปกติการใช้เทคนิคพวกนี้ มักจะไปอยู่ในหนังนอกกระแสที่ดูยากๆ แต่สำหรับ OldBoy มีสิ่งที่เป็นหนังนอกกระแสอยู่ครบถ้วน แต่สามารถคุมอารมณ์ได้เหมือนกับเราดูหนังฮอลลีวูดชั้นดีเรื่องหนึ่ง




อ่านรีิวิว The Priests หนังของผู้กำกับ Jang Jae-hyun

The Priests หนังผีที่มีกระแสตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “ยองชิน” (พัคโซดัม) เด็กสาวมัธยมได้ประสบอุบัติเหตุรถชนในคืนวันหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็ทุกข์ทรมานจากการเป็นโรคลึกลับอย่างหนึ่ง

หนังผี

“บาทหลวงคิม” ( คินยูนซอก ) ได้รับข่าวว่ายองชินประสบอุบัติเหตุ จึงไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล และแน่ใจว่ายองชินถูกปีศาจร้ายสิงร่างอย่างแน่นอน เขาจึงไปขอความเชื่อเหลือจากโบสถ์คริสตจักรในการจัดเตรียมพิธีกรรมไล่ผี

เขาต้องการผู้ช่วยในการทำพิธีกรรมครั้งนี้ แต่บาทหลวงในโบสถ์ทั้งหลายต่างพากันปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ นักศึกษาคริสตจักร ( คังดองวอน ) ได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยบาทหลวงคิมในการทำพิธีกรรมครั้งนี้ พวกเขาเหลือเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตยองชินจากปีศาจร้ายได้

ภาพยนร์เรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญคล้าย ๆ คอนเจอริง แต่ผีที่สิงสเกลใหญ่กว่ามาก เป็นปีศาจในพระคัมภีร์อยู่มาเป็นพัน ๆ ปี ช่วงต้นเรืองจะแอบเนีอย ๆเพราะต้องปูเรืองเยอะ แต่พอเลยกลางเรืองไปเข้าสู่พิธีไล่ผีคือพีคมาก ๆ และที่ต้องชมเลยคือ การแสดงของนักแสดงนำทั้งสาม พัคโซดัมแสดงได้ดีจิง ๆ เธอดูน่ากลัวมากและดูน่าสงสารในคนเดียวกัน เพราะทั้ง “คังดองวอน” และ “คิมยุนซอก” เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงสายภาพยนต์ที่มีรางวัลการันตี ดังนั้นเรื่องฝีมือไม่ต้องห่วง ส่วนพล็อตเรื่องก็แนวปราบผีฉบับศาสนาคริสต์ แต่ที่ชอบคือลำดับภาพในเรื่องที่ให้คนดูได้มีอารมณ์ลุ้น ฉากรถชนกระหน่ำที่มาแนวหนังแอคชั่นเลยทีเดียว ภาพสวยโปรดักชันดี บ้านยองชินน่ากลัวจิงบรรยากาศหลอน ๆ และฉากจบก็เร้าใจมาก

Review Movie : Isabella 2011

Isabella เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่น่าประทับใจ และได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก จนได้รับรางวัลภาพยนตร์เรื่อง "Silver Bear" สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงาน Berlin Filmfestspiele นอกจากตัวภาพยนตร์ที่น่าประทับใจแล้ว เพลงประกอบก็ยังยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน


ดูหนัง Isabella
โดยหนึ่งในเพลงประกอบของ Peter Kam ได้เข้าชิงรางวัล Academy Award อีกด้วย หากคุณได้ฟังซาวด์แทร็กอัลบั้มนี้ซ้ำบ่อยๆ อาจพบว่าตัวเองตกอยู่ในอารมณ์โดยไม่รู้ตัว แต่นั่นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากผลงานอันงดงามเหล่านี้สวมควรที่จะได้รับฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกเพลงแฝงเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ที่ไม่อาจต้านทานได้ จากการใช้เครื่องดนตรีหลากและและกีต้าร์อะคูสติกผสมผสานกัน

เพลงทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องฝันและมหัศจรรย์มากๆ ที่ Peter Kam ภูมิใจนำเสนอผลงานอัลบั้มนี้ของเขา ไม่ว่าจะเป็นเพลง "Perhaps Love" ผลงานชิ้นเอกที่ติดหูคนฟัง แม้ในซีดีจะมีจำนวนเพลงค่อนข้างมาก และหลายเพลงก็ค่อนข้างสั้น อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ปัญหาเลยเสน่ห์ที่แท้จริงของเพลงประกอบ "Isabella" แผ่ซ่านไปด้วยกีตาร์ที่อบอุ่นและน่าเศร้า อย่างในเพลง "Echoes", "Isabella I, "Road" หรือ "To the Heavens"เพลงเหล่านี้จะห่อหุ้มคุณไว้ด้วยชั้นเสียงที่แสนสบาย ความชำนาญในการเล่นกีตาร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเสียงไวโอลิน "Voice of the Past" เป็นหนึ่งในเพลงไฮไลต์ในอัลบั้มนี้ เสียงเปียโนที่สดใสจะมาพร้อมกับไวโอลินซึ่งทำให้เพลงมีอารมณ์เศร้ายิ่งขึ้น

เช่นเดียวดับเพลง "Corpse" ที่มีเปียโนและกีตาร์เล่นคู่กัน ส่วนเพลง "She Stalks”, "Exploration" และ "Sleeping Beauty" เล่นในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งมีเสียงแหลมของเชลโล่และการใช้เปียโนทำให้เรานึกถึงเพลง "In the Mood for Love" ของ หว่องกาไว นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาที่แทรกอยู่ช่วงหนึ่งในอัลบั้ม ซึ่งเชื่อมโยงกับฉากในภาพยนตร์ หลายเพลงใช้การเล่นกีตาร์แบบโปรตุเกส อย่าง "Ripples" และ "New Beginnings" ในตอนท้ายซึ่งเน้นความเป็นมาของภาพยนตร์ / ซาวด์ภาษาโปรตุเกสอีกครั้ง หลังจากที่วัฒนธรรมโปรตุเกสทั้งหมดมีอิทธิพลอย่างมากต่อมาเก๊าอย่างที่ทุกคนรู้ และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลในภาพยนตร์ด้วย
 
Copyright © 2015 หนังฟรี