แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูหนัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดูหนัง แสดงบทความทั้งหมด

รีวิว Unbeatable (AKA Ji Zhan) หนังปี 2013


หากพูดถึงหนังฮ่องกง Unbeatable แล้ว ส่วนใหญ่นั้นมักจะเป็นแนวหนังเกี่ยวกับตำรวจไล่ล่ามาเฟียที่ฮิตมาตั้งแต่ Infernal Affair ตั้งแต่ภาคแรกจนมาถึงภาคที่ 3 รวมทั้งหนังฮิตอย่าง Firestorm ที่กระแสบวกท่วมท้นกับความมันส์ที่หนังมอบให้ แต่ยังมีหนังเล็กๆเรื่องนึงที่สามารถสร้างปรากฏการณ์รายได้หนังจนไปติดอันดับ 3 รายรับรวมตลอดทั้งปี 2013

หนังฮ่องกง

นั่นก็คือ Unbeatable (AKA Ji Zhan) เมื่อพูดถึงหนังเรื่องนี้ที่กลายเป็นกระแสที่กวาดทั้งรายได้แล้วยังไม่พอ หนังยังมีดีขนาดกวาดรางวัลมาหลายรางวัลเลยทีเดียว เมื่อมาเห็นตัวหนังในครั้งแรก ความรู้สึกมันก็คงเหมือนหนังทั่วไปๆ ประเด็นที่ว่าชกมวยคล้ายๆ Warrior ที่อยู่ในลูกกรง

แต่กลับกลายเป็นว่า หนังนั้นมีครบรสชาติขนาดที่เรียกว่าเข้มข้นพอสมควร สิ่งที่ยอดเยี่ยมก็คือ การแสดงหลัก ที่ต้องบอกว่า เขาเกิดมาเพื่อบทนี้จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงทั้งฝ่ายชายและหญิง ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ และให้การแสดงที่เรียกว่าเกินคาดไปไม่น้อย อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ บทภาพยนตร์

แม้พล็อตจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่น่าแปลกใจที่กลับทำออกมาได้น่าลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นหนังดราม่าก็ตาม การลำดับของตัวหนังทำเป็นไปตามสูตร 123 ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่ แต่สำหรับหนังฮ่องกงถือว่า สดใหม่อยู่ไม่น้อย การตัดต่อ รู้สึกว่าอาจมีบางช็อตที่ทำให้รู้สึกวนไปวนมาทำให้เนื้อเรื่องเหมือนอยู่กับที่ แต่เมื่อเข้าสมรภูมินรกในกรง การตัดต่อในส่วนนี้สามารถบีบเค้นอารมณ์ให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย

สรุปว่า Unbeatable คือหนังฮ่องกงอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด แม้พล็อตหนังจะธรรมดามาแบบตามสูตรแต่ก็ไหลลื่นจนเป็นธรรมชาติ มีครบทุกรสชาติ แต่เนื้อหาจะเน้นไปทางดราม่ามากกว่า ถือเป็นหนังร่วมทุนระหว่างเกาะฮ่องกงกับจีนที่ทำออกมาได้อย่างไม่ขายหน้า และชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมหนังของประเทศนี้กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

รีวิวหนัง Mom and Dad คือความสุดโต่ง (ในทางที่ไม่ควร) 

Mom and Dad เป็นหนังสำหรับคอหนังโหดโรคจิตจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับเสียงวิจารณ์ในเรื่องของความจิตวิปริต และความอำมหิตแบบสุดวิตถาร ของครอบครัวหนึ่ง ซึ่งชื่นชอบในการทรมานและจำลองบทบาทสมมุติให้เหยื่อแต่ละคนเป็นลูก ๆ ใครก็ตามที่สามารถสนองความต้องการสุดวิปริตของพ่อและแม่ได้ก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

แม่ และ พ่อ

ส่วนคนที่ขัดขืนไม่ฟังคำสั่งไม่เชื่อฟัง ผลลัพท์ที่ได้ก็คือตายสถานเดียว หนังเริ่มต้นที่ “ลีน่า” หญิงสาววัยรุ่นน่ารักที่ได้แยกจากครอบครัวของตัวเอง มาทำอาชีพประจำคือพนักงานทำความสะอาดในสนามบินแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเธอได้พบกับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่า “เบอร์ดี้”

หลังจากที่ทำความรู้จักและพูดคุยกันไปได้สักพัก เบอร์ดี้ก็แนะนำให้ลีน่าได้รู้จักกับพี่ชายของเธออีกคน ซึ่งมาคอยรับส่งเบอร์ดี้ทุก ๆ วัน แต่ทว่าวันหนึ่งลีน่าเกิดขึ้นรถประจำทางกลับบ้านไม่ทัน เบอร์ดี้จึงอาสาชวนลีน่าให้ไปพักที่บ้านของเธอเอง ซึ่งพ่อแม่ของเธอจะยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีเพื่อน ๆ มาเยี่ยมที่บ้าน

ลีน่าตอบตกลงไปโดยที่ตัวเองไม่รู้เลยว่า กำลังมุ่งหน้าสู่ขุมนรกโลกันตร์ที่เต็มไปด้วยความทรมาน และการฆ่าไม่ต่างไปจากนรกบนดิน แทบจะทันทีที่ลีน่าก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน เธอถูกเล่นงานจากข้างหลังและถูกจับขึงพืดเอาไว้กลางห้อง ลีน่าถูกใช้เป็นเครื่องสนองตัญหาและความจิตวิปลาสของครอบครัวนี้ ซึ่งมีพ่อและแม่จอมโหดอำมหิตเป็นผู้นำ

เธอถูกทรมานดวยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ มากมายและยากที่จะหนีรอดออกไปได้ ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่มีอะไรมาก ใช้ตัวแสดงกันแค่ไม่กี่คน แต่ก็น่าดูน่าสนใจและชวนให้คนดูติดตามได้ตลอดทั้งเรื่อง ส่วนหนึ่งต้องชมนักแสดงนำของเรื่องอย่าง Olga Fedori เด็กสาววัยรุ่นชาวยูเครนที่รับบทเป็นลีน่า รวมไปถึงนักแสดงที่เล่นเป็นพ่อและแม่ แต่ละคนเล่นได้ดีจริง ๆ ดูแล้วทั้งป่วยจิต สยองปนลุ้นระทึกไม่ใช่น้อยเลย


อ่านรีิวิว The Priests หนังของผู้กำกับ Jang Jae-hyun

The Priests หนังผีที่มีกระแสตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องราวของ “ยองชิน” (พัคโซดัม) เด็กสาวมัธยมได้ประสบอุบัติเหตุรถชนในคืนวันหนึ่ง หลังจากนั้นเธอก็ทุกข์ทรมานจากการเป็นโรคลึกลับอย่างหนึ่ง

หนังผี

“บาทหลวงคิม” ( คินยูนซอก ) ได้รับข่าวว่ายองชินประสบอุบัติเหตุ จึงไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล และแน่ใจว่ายองชินถูกปีศาจร้ายสิงร่างอย่างแน่นอน เขาจึงไปขอความเชื่อเหลือจากโบสถ์คริสตจักรในการจัดเตรียมพิธีกรรมไล่ผี

เขาต้องการผู้ช่วยในการทำพิธีกรรมครั้งนี้ แต่บาทหลวงในโบสถ์ทั้งหลายต่างพากันปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ นักศึกษาคริสตจักร ( คังดองวอน ) ได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยบาทหลวงคิมในการทำพิธีกรรมครั้งนี้ พวกเขาเหลือเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตยองชินจากปีศาจร้ายได้

ภาพยนร์เรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญคล้าย ๆ คอนเจอริง แต่ผีที่สิงสเกลใหญ่กว่ามาก เป็นปีศาจในพระคัมภีร์อยู่มาเป็นพัน ๆ ปี ช่วงต้นเรืองจะแอบเนีอย ๆเพราะต้องปูเรืองเยอะ แต่พอเลยกลางเรืองไปเข้าสู่พิธีไล่ผีคือพีคมาก ๆ และที่ต้องชมเลยคือ การแสดงของนักแสดงนำทั้งสาม พัคโซดัมแสดงได้ดีจิง ๆ เธอดูน่ากลัวมากและดูน่าสงสารในคนเดียวกัน เพราะทั้ง “คังดองวอน” และ “คิมยุนซอก” เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงสายภาพยนต์ที่มีรางวัลการันตี ดังนั้นเรื่องฝีมือไม่ต้องห่วง ส่วนพล็อตเรื่องก็แนวปราบผีฉบับศาสนาคริสต์ แต่ที่ชอบคือลำดับภาพในเรื่องที่ให้คนดูได้มีอารมณ์ลุ้น ฉากรถชนกระหน่ำที่มาแนวหนังแอคชั่นเลยทีเดียว ภาพสวยโปรดักชันดี บ้านยองชินน่ากลัวจิงบรรยากาศหลอน ๆ และฉากจบก็เร้าใจมาก

Review Movie : Isabella 2011

Isabella เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่น่าประทับใจ และได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์เป็นอย่างมาก จนได้รับรางวัลภาพยนตร์เรื่อง "Silver Bear" สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงาน Berlin Filmfestspiele นอกจากตัวภาพยนตร์ที่น่าประทับใจแล้ว เพลงประกอบก็ยังยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน


ดูหนัง Isabella
โดยหนึ่งในเพลงประกอบของ Peter Kam ได้เข้าชิงรางวัล Academy Award อีกด้วย หากคุณได้ฟังซาวด์แทร็กอัลบั้มนี้ซ้ำบ่อยๆ อาจพบว่าตัวเองตกอยู่ในอารมณ์โดยไม่รู้ตัว แต่นั่นเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากผลงานอันงดงามเหล่านี้สวมควรที่จะได้รับฟังซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุกเพลงแฝงเสน่ห์อันน่าอัศจรรย์ที่ไม่อาจต้านทานได้ จากการใช้เครื่องดนตรีหลากและและกีต้าร์อะคูสติกผสมผสานกัน

เพลงทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องฝันและมหัศจรรย์มากๆ ที่ Peter Kam ภูมิใจนำเสนอผลงานอัลบั้มนี้ของเขา ไม่ว่าจะเป็นเพลง "Perhaps Love" ผลงานชิ้นเอกที่ติดหูคนฟัง แม้ในซีดีจะมีจำนวนเพลงค่อนข้างมาก และหลายเพลงก็ค่อนข้างสั้น อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ปัญหาเลยเสน่ห์ที่แท้จริงของเพลงประกอบ "Isabella" แผ่ซ่านไปด้วยกีตาร์ที่อบอุ่นและน่าเศร้า อย่างในเพลง "Echoes", "Isabella I, "Road" หรือ "To the Heavens"เพลงเหล่านี้จะห่อหุ้มคุณไว้ด้วยชั้นเสียงที่แสนสบาย ความชำนาญในการเล่นกีตาร์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเสียงไวโอลิน "Voice of the Past" เป็นหนึ่งในเพลงไฮไลต์ในอัลบั้มนี้ เสียงเปียโนที่สดใสจะมาพร้อมกับไวโอลินซึ่งทำให้เพลงมีอารมณ์เศร้ายิ่งขึ้น

เช่นเดียวดับเพลง "Corpse" ที่มีเปียโนและกีตาร์เล่นคู่กัน ส่วนเพลง "She Stalks”, "Exploration" และ "Sleeping Beauty" เล่นในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งมีเสียงแหลมของเชลโล่และการใช้เปียโนทำให้เรานึกถึงเพลง "In the Mood for Love" ของ หว่องกาไว นอกจากนี้ยังมีบทสนทนาที่แทรกอยู่ช่วงหนึ่งในอัลบั้ม ซึ่งเชื่อมโยงกับฉากในภาพยนตร์ หลายเพลงใช้การเล่นกีตาร์แบบโปรตุเกส อย่าง "Ripples" และ "New Beginnings" ในตอนท้ายซึ่งเน้นความเป็นมาของภาพยนตร์ / ซาวด์ภาษาโปรตุเกสอีกครั้ง หลังจากที่วัฒนธรรมโปรตุเกสทั้งหมดมีอิทธิพลอย่างมากต่อมาเก๊าอย่างที่ทุกคนรู้ และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลในภาพยนตร์ด้วย

รีวิวหนัง เรื่อง Lucy 2014 ลูซี่ สวยพิฆาต

เรื่องย่อ : สาวน้อยธรรมดาชื่อ ลูซี่ ( Scarlett Johansson ) ถูกลักพาตัวไป โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ตัวเธอเป็นสื่อในก­ารขนส่งตัวยาชนิดพิเศษ โดยนำยาซ่อนไว้ในท้องน้อยของเธอ แต่ระหว่างขนส่ง เธอถูกทำร้ายร่างกายอย่างสาหัสจนยาที่ถูกซ­่อนอยู่หลุดเข้าสู่ร่างกายของเธอ และมันได้เปลี่ยนตัวเธอเป็นยอดมนุษย์ที่มี­ความสามารถทางสมองเกินกว่ามนุษย์ธรรมดา เธอจึงได้ออกสืบหาเกี่ยวกับยานี้ และคนที่ทำกับเธอ พร้อมยังได้ศาสตราจารย์ทางสมอง ( Morgan Freeman ) คอยช่วยเหลือด้วย

ลูซี่

Lucy คือภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ผสมพุทธธรรม เพราะมันคือภาพยนตร์แอคชั่นปรัชญาที่เต็มไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ลึกซึ้งมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเราว่า มนุษย์เกิดมาอาศัยอยู่ในมิติกาลเวลาเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าและความทรงจำ จริงๆ แล้วหากเรานำช่องว่างระหว่างนิวเคลียสของอะตอม ( นิวตรอน โปรตอน อิเล็กตรอน ) ในร่างกายเราออก เราก็จะมีขนาดเล็กยิ่งกว่าฝุ่นธุลีไม่ต่างจากหลุมดำซึ่งเป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่ถึงอายุขัยแล้ว สสารที่เคยประกอบกันเป็นดาวนั้นได้ถูกอัดตัวด้วยแรงดึงดูดของตนเอง จนเหลือเป็นเพียงมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่านิวเคลียสของอะตอมเดียว ซึ่งเราเรียกว่าเอกภาวะ และเป็นคำตอบว่า จักรวาล โลกและเรา เชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมาตั้งแต่แรก

เครดิต : มูฟวี่เดอะวัน
 
Copyright © 2015 หนังฟรี